Friday, July 1, 2016

การตรวจสอบภัยออนไลน์ผ่านเว็บไซต์

0 ความคิดเห็น
 
ปัจจุบันในโลกของ Cyber มีการพัฒนาแทบจะทุกนาทีที่เคลื่อนไป ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่สรรสร้างให้สังคมออนไลน์มีการเข้าถึง การแสดงผลที่ดีรวดเร็วกว่าแต่เดิม นอกจากพัฒนาการที่สนับสนุนการทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น แต่ภัยคุกคามด้านต่างๆที่แฝงตัวในเครือข่ายไม่วาจะอยู่ในรูปมัลแวร์ ไวรัส โทรจัน หรือสิ่งที่บุกรุกโจมตีต่างๆบนเครือข่ายต่างก็พัฒนาตามด้วยเช่นกัน ภัยร้ายส่วนใหญ่จะแฝงตัวมาในรูปของ website ในรูปของไฟล์ข้อมูล ในรูปของ script คำสั่งต่างๆ ที่แอบแฝง หรือ โน้มน้าวใจ ผ่านทางเว็บไซต์ ผ่านทางอีเมล์ แบนเนอร์โฆษณาต่างๆ ชนิดว่าหากผู้ใช้ไม่สังเกตุดีๆ อาจจะตกเป็นเหยื่อ ซึ่งเครือข่าย mediathailand ได้เคยนำมาเสนอให้ท่านผู้อ่านในหลายๆเหตุการณ์มาโดยตลอด

วันนี้ mediathailand จะมาแนะนำการป้องกันภัยร้าย ที่อาจจะบุกรุก device ต่างๆ ที่ท่านใช้งาน ผ่าน website ผู้ให้บริการ ด้านการตรวจสอบ ซึ่งก็จะทำให้ท่านมีความมั่นใจเพื่มขึ้นอีกระดับหนึ่งของการใช้งานเครือข่าย เว็บไซต์ที่กล่าวถึงนี้คือ https://www.virustotal.com โดยสามารถตรวจสอบ Site บนอินเทอร์เน็ต หรือไฟล์ข้อมูลภายในเครื่องของท่านได้อย่างง่าย ซึ่งหากนำ URL ที่สงสัยวางตรวจสอบ เว็บ virustotal แห่งนี้จะทำการ scan และรายงานผลให้ทราบทันที


เรามาดูวิธีการทำงานกัน
1. ก่อนอื่นให้เข้าไปที่  https://www.virustotal.com มีส่วนให้ท่านได้ตรวจสอบ 3 ส่วน นั่นคือ
(1) File สำหรับตรวจสอบไฟล์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ Device ที่ท่านใช้งาน ผ่านช่องทางที่ปุ่ม Choose Files และคลิกที่ปุ่ม Scan its ตามลำดับ ซึ่งไฟล์ที่ตรวจสอบต้องไม่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 128 MB



(2) URL ตรวจสอบเว็บไซต์เป้าหมายที่ท่านส่งสัย หรือไฟล์ย่อยที่อยู่ใน site นั้นๆๆก็ได้ โดยกรอก URL ที่ท่านสงสัย และคลิกที่ปุ่ม Scan its ตามลำดับ

 (3) Search ใช้สำหรับตรวจสอบเครือข่ายภายในองค์กร หรือ เว็บไซต์ที่ท่านทราบเป็นเลข IP Address โดยพิมพ์เลข IP ลงในช่อง Enter Term และคลิกที่ปุ่ม Scan its ตามลำดับ

2.ระบบของ https://www.virustotal.com จะทำการตรวจสอบ และแจ้งผลทันทีด้วยระยะเวลาไม่นาน


3.หากต้องการดูรายละเอียด ให้คลิกที่ปุ่ม View Last analysis


หมายเหตุ
การ scan ไฟล์ในระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจจะใช้เวลานานกว่า การตรวจสอบเว็บไซต์

Readmore...
Tuesday, April 26, 2016

แนวทางการเผยแพร่ผลงาน PowerPoint ผ่านบล็อกและ Facebook

0 ความคิดเห็น
 


การเผยแพร่ผลงานไฟล์ PowerPoint  หรือไฟล์งานเอกสาร PDF บนเว็บบล็อก หรือที่ Facebook สามารถทำได้โดยไม่ยาก ผ่านบริการของ SlideOnline.com
เรามาดูวิธีการกัน



1. ต้องเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ SlideOnline.com กันก่อน โดยไปที่ www.SlideOnline.com

2. คลิกที่ Free Sign Up


3. กรอกข้อมูลทั้งหมด ทั้ง 5 ช่อง โดยเฉพาะชื่อสมาชิกที่ใช้ Login และรหัสผ่าน ท่านต้องจำไว้ด้วย

4. คลิกปุ่ม Create


5. ไปที่ Inbox ของอีเมล์ท่านเพื่อทำการ Activate โดยคลิกที่บรรทัด following link ดังภาพ

6. เสร็จสิ้นขั้นตอนการเป็นสมาชิก

นอกจากนี้เพื่อการใช้งานและเผยแพร่ผลงานอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ไปเพิ่ม profile เพิ่มเติม โดยไปตรงส่วนข้อมูลส่วนตัว เพิ่มเติมแก้ไขที่ Edit Profile



ลำดับต่อไป เป็นขั้นตอนการเผยแพร่งานนำไฟล์ขึ้นระบบ  มีวิธีการดังนี้



1. ทำการ Sign In ก่อน โดย login ด้วยชื่อและรหัสผ่านที่ทำการลงทะเบียนไว้ (หากใช้งานบ่อยก็คลิก ช่อง Remember me ....... ไว้เลยก็ได้)

2.คลิกปุ่ม Login


3. คลิกที่ปุ่ม Upload

4. นำไฟล์ PPT หรือ PDF ที่ต้องการ ลากวางตรงพื้นที่ ที่กำหนด (Drop files here to upload)


5. จะเกิด  progress bar แสดงการทำการ upload




6. เมื่อทำการ upload เสร็จแล้ว ไฟล์ที่ท่านนำขึ้นจะไปปรากฏในรายการ  My Uploads

ถือว่าไฟลืของท่านขึ้นไปเผยแพร่บนระบบแล้ว

ขั้นต่อไป เราจะเอาไปใช้งานบนบล็อกบ้าง ก็มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. เปิดหน้าสร้างบล็อกด้วย Blogger ตามปกติ



2. switch ไปที่ ส่วนสร้างหน้า ด้วย HTML

3. กลับไปที่ Slideonline ทำการเลือกสไลด์ที่ต้องการเผยแพร่บนบล็อก

4. ที่ด้านล่างจะมีแท็บปุ่มกลุ่มกล่องสีฟ้า  4 ชุด ให้คลิกเลือกปุ่ม Embed


5. เมื่อคลิก จะทำการสร้าง code ให้โดยอัตโนมัติ



6. ทำการ copy ตัว code ไว้ นำไปวาง ทำการต่อในข้อ 2 อย่าลืมว่าขั้นตอนนี้ในสถานะ HTML นะครับ

7. สวิทช์กลับมาในหน้าเขียนเดิม  ซึ่งจะปรากฏเป็นกรอบเฟรม ดังภาพด้านล่าง



8. เมื่อให้แสดงผลจริง ก็ จะปรากฏ ดังภาพด้านล่าง


Readmore...

รูปแบบประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์

0 ความคิดเห็น
 

Social Network คือ สังคมการติดต่อสื่อสารผ่านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Virtual Community โดยสมาชิกในกลุ่มหรือสังคมนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องรู้จักตัวตนจริงๆ

เว็บไซต์ที่ให้บริการ Social Network Service (SNS)มีหลายแห่ง แต่ละแห่งได้พัฒนาเทคนิคของระบบ ให้ดูเด่น มีความน่าสนใจ เราสามารถนำ SNS นี้ ใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานร่วมกันได้
กลุ่มหลักๆ ของ SNS เพื่อการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้แบ่งออกได้ดังนี้ ดูจากสไลด์ด้านล่าง


View 2016education20.ppt and other presentations by mediathailand.
Readmore...
Thursday, April 21, 2016

ข้อควรระวังการนำแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบิน

0 ความคิดเห็น
 
เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2559 มีกิจกรรมที่ต้องเดินทางไปกรุงเทพ ก็ใช้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์จากท่าอากาศยานลำปางไปสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เหมือนเดิม  หลังจากปฏิบัะติภารกิจเสร็จก็เดินทางกลับในอีกสองวันรุ่งขึ้น ก็กลับมาลำปาง ก็ด้วยสายการบินเช่นเดิม ที่สุวรรณภูมิ ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมว่า ทางท่าอากาศยานหรือสนามบิน มีความเข้มงวดต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางรายการ ในที่นี้ก็คือ แบตเตอรี่สำรองหรือที่เรียกกันว่า Power Bank นั่นเอง ซึ่งแต่เดิมปีก่อนจำได้ว่าแทบจะไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งผมเองก็พกพาไปหนึ่งตัวเป็น eloop E14 ขนาด 20,000 mAh ซึ่งพึ่งจะซื้อมาใหม่ๆ


แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าเทคโนโลยี ไปไว Power bank มีขนาดความจุที่สูงขึ้นทำให้ทางสนามบินต้องวางมาตรการป้องกัน  จึ่งเป็นที่มาของกฏมาตรฐานความปลอดภัยของ การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA (The International Air Transport Association) ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นไปบนเครื่องบินดังนี้

1. ห้ามนำแบตเตอรี่สำรองใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องในทุกกรณี 

2. แบตเตอรี่สำรองสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบินได้ในจำนวนและปริมาณที่จำกัด ได้แก่
2.1 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh หรือน้อยกว่า 100 Wh
      สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่มีการจำกัดจำนวน
2.2 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้า 20,000 - 32,000 mAh หรือ 100-160 Wh
      สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ก้อน

2.3 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือ 160 Wh
      ห้ามนำขึ้นเครื่องในทุกกรณี


ซึ่งการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน (ทำไมเราไม่ได้รับข่าวสารหนอ) ที่พบคือบนเว็บไซต์


แต่ละสายการบินก็จะทำการแจ้งเตือนให้กับผู้โดยสารของสายการบินต่างให้ทราบ อาทิ การบินไทย


และได้ถามเจ้าหน้าที่ว่า
1. กรณีที่ตรวจพบ ว่าพกพาเกินเกินกว่าที่ทางการท่าอากาศยาน กำหนดไว้ ให้ทำยังไง
คำตอบคือ ถ้ามีเวลาก็ให้ส่งไปรษณีย์  ถ้าไม่ทัน ต้องทิ้ง
2.กรณีตรวจพบแอบโหลดใส่กระเป๋าเดินทาง
  ไม่ได้รับคำตอบว่า จะมีมาตรการใด
ใครมีประสบการณ์ แชร์ด้วยครับ


ส่วนที่เป็นข้อกังขาลึกๆแต่อยากแชร์ก็คือ
การที่ออกกฏแบบนี้ ถือว่ายังไม่รัดกุม เพราะ Power bank มีหลากหลาย ผลิตออกมาหลากหลายบริษัท หลากหลายโรงงาน ทั้งที่ได้มาตรฐานและไม่มีมาตรฐาน ซึ่งตัว Power bank เองเป็นอุกรณ์ที่มีพลังงาน สามารถสร้างความเสียหาย ไม่ว่าจากความร้อน จากการระเบิด ได้  ดังนั้นมาตรการดังกล่าวอาจจะไม่ครอบคลุมนัก น่าจะดูเพิ่มเติมที่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์  มาตรฐานการผลิตว่ามีระบบการป้องกันของตัว Power bank เองได้มาตรฐานไหม หรือจะเอาลึกลงไปถึงประเภทของแบตเตอรี่เลยก็ยังได้


ศึกษาเพิ่มเติมที่ http://www.iata.org/whatwedo/cargo/dgr/Pages/lithium-batteries.aspx
Readmore...
Friday, February 19, 2016

Blogger : 20 การเพิ่ม Code วันเวลา ปฎิทิน ประดับบล็อก (2)

0 ความคิดเห็น
 
 หลังจากนำ Code Script เพื่อเพิ่ม วัน เวลา และปฎิทิน มาให้ได้แต่งเติมไปแล้ว ใน http://mediath3.blogspot.com/2016/02/blogger-code.html ซึ่งจะเป็น Code script แบบ HTML5 ล้วนๆ เพราะแบบ Flash อาจจะไม่สามารถ แสดงข้อมูล ออกมาหรือ ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะ Smartphone Android OS ได้ ในบทเรียนนี้ จึงแนะนำการใช้ภาษา code ที่เป็น HTML 5  มาใช้แทน ซึ่งเป็น code สำเร็จรูปเรียบง่าย แต่ ดูดี ก่อนอื่นหากท่านที่ยังไม่รู้วิธีทำ ก็ขอทบทวนการติดตั้งกันอีกที ดังนี้

การสร้างงานต้องทำผ่าน แดชบอร์ด ตรงส่วน Layout หรือ รูปแบบ ซึ่งมีอยู่ใน Blogger เอง โดยมีวิธีการ ดำเนินการ ดังนี้

1.เปิด แดชบอร์ด ไปที่ Setting หรือส่วนการตั้งค่า

2.เลือกรายการ Layout หรือ รูปแบบ ที่ฝั่งซ้าย ดังภาพด้านล่าง เมื่อได้ Layout Page มาแล้ว ให้กำหนดตำแหน่งที่ท่านจะวาง ส่วนที่ใช้วาง code script

3. เมื่อกำหนดบริเวณได้แล้ว ให้คลิกเลือกรายการ Add a Gadget หรือ เพิ่ม Gadget ที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งจะเกิดหน้าต่าง Add a Gadget  เลือกหารายการ ที่ชื่อว่า HTML/Java Script  คลิกเลือกที่เครื่องหมาย +

 
4. จะเกิดกรอบหน้าต่างสำหรับวาง code script ดังภาพ
5. ทำการตั้งชื่อ และนำ code ที่ต้องการวางลงในพื้นที่เขียน script
 
6. คลิกปุ่ม บันทึก แล้วปิดหน้าต่างได้
 
7. ตรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ ก็จะมีนาฬิการ หรือ ปฎิทิน แสดงผล ตามที่กำหนดไว้
 
 
 
หมายเหตุ :  หากต้องการแสดงผล ให้อยู่ตรงกลาง ให้เพิ่ม คำสั่ง Tag Center ลงไป
 

<center> ................ส่วนที่เป็น code script..................... </center>

 
 ดูชุดหนึ่ง ที่ http://mediath3.blogspot.com/2016/02/blogger-code.html
ต่อไปนี้เรามาดูรูปแบบพร้อม Code คำสั่งในแต่ละแบบกัน เป็นชุดที่ 2
 
 


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;"src="http://www.clocktag.com/html5/dt161.html"></iframe>

.................................................................
 


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt162.html"></iframe>

.................................................................


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt163.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:190px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt172.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:190px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt173.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m192.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m193.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m196.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t21.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t22.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t23.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t12.html"></iframe>

.................................................................
 

code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t13.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t11.html"></iframe>


.................................................................
ข้อควรระวัง
อย่านำ code นี้ ไปใช้ในหลายที่นัก เพราะ อาจจะทำให้การแสดงผล ช้าลง
Readmore...
Wednesday, February 17, 2016

Blogger : 19 การเพิ่ม Code วันเวลา ปฎิทิน ประดับบล็อก (1)

0 ความคิดเห็น
 
วันนี้ นำเทคนิคพิเศษหนึ่งมาใช้ประดับให้บล็อกดูมีสีสันและมีเสน่ห์ นั้นคือการเพิ่มนาฬิกา และปฎิทิน ที่จริงแล้วมีสคริปคำสั่งที่แสดงผลได้ ทั้งแบบ HTML5 และ แบบ Flash แต่เนื่องจากในบาง Device สคริปที่มาจาก Flash อาจไม่สามารถแสดงข้อมูลโดยเฉพาะ Smartphone Android OS ได้ ในบทเรียนนี้ จึงแนะนำการใช้ภาษา code ที่เป็น HTML 5  มาใช้แทน ซึ่งเป็น code สำเร็จรูปเรียบง่าย แต่ ดูดี (เนื่องจากการนำ code script มาแสดงผลเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้การแสดงผลบนบล็อกช้าลงจึงขอแบ่งออกเป็น 2 ชุด)

การสร้างงานต้องทำผ่าน แดชบอร์ด ตรงส่วน Layout หรือ รูปแบบ ซึ่งมีอยู่ใน Blogger เอง โดยมีวิธีการ ดำเนินการ ดังนี้

1.เปิด แดชบอร์ด ไปที่ Setting หรือส่วนการตั้งค่า

2.เลือกรายการ Layout หรือ รูปแบบ ที่ฝั่งซ้าย ดังภาพด้านล่าง เมื่อได้ Layout Page มาแล้ว ให้กำหนดตำแหน่งที่ท่านจะวาง ส่วนที่ใช้วาง code script


3. เมื่อกำหนดบริเวณได้แล้ว ให้คลิกเลือกรายการ Add a Gadget หรือ เพิ่ม Gadget ที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งจะเกิดหน้าต่าง Add a Gadget  เลือกหารายการ ที่ชื่อว่า HTML/Java Script  คลิกเลือกที่เครื่องหมาย +


 
4. จะเกิดกรอบหน้าต่างสำหรับวาง code script ดังภาพ

5. ทำการตั้งชื่อ และนำ code ที่ต้องการวางลงในพื้นที่เขียน script
 
6. คลิกปุ่ม บันทึก แล้วปิดหน้าต่างได้
 
7. ตรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ ก็จะมีนาฬิการ หรือ ปฎิทิน แสดงผล ตามที่กำหนดไว้
 
 
 
หมายเหตุ :  หากต้องการแสดงผล ให้อยู่ตรงกลาง ให้เพิ่ม คำสั่ง Tag Center ลงไป
 

<center> ................ส่วนที่เป็น code script..................... </center>

 
 
ต่อไปนี้เรามาดูรูปแบบพร้อม Code คำสั่งในแต่ละแบบกัน
 
 



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;"src="http://www.clocktag.com/html5/d171red1.html"></iframe>

.................................................................
 



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;" src="http://www.clocktag.com/html5/d171black1.html"></iframe>

.................................................................



 
 
code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;" src="http://www.clocktag.com/html5/d171blue1.html"></iframe>

.................................................................
 
 

 
code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:270px;height:25px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt41.html"></iframe>

.................................................................


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:130px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt151.html"></iframe>

.................................................................
 
 

code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:130px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt152.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt231.html"></iframe>

.................................................................
 


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt232.html"></iframe>

.................................................................
 
 

code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt233.html"></iframe>

ดู  Code Script ชุด 2  ที่  http://mediath3.blogspot.com/2016/02/blogger-20-code-2.html
Readmore...

เตือนภัยผู้ใช้เมล์กลุ่ม Outlook และ Hotmail ภาค 2

0 ความคิดเห็น
 
เมื่อเดือนตุลาคม 2558 ปีที่แล้ว ได้เคยเตือนผู้ใช้เมล์กลุ่ม outlook รวมถึง hotmail ว่ามีภัยจากการหลอกลวงด้านความปลอดภัย ไปแล้วครั้งหนึ่ง หาอ่านได้ที่ http://mediath3.blogspot.com/2015/10/outlook-hotmail.html

 

และนี่เป็นอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้  โดยเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ได้รับอีเมล์มาอีกฉบับ ใจความตามที่ปรากฏด้านล่าง
 
 



หากแปลเป็นภาษาไทยก็ พอจะสรุปได้ว่า

ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าคุณเพิ่งขอยุติการใช้บัญชีของคุณ โดยทางเรากำลังจะดำเนินการตามคำร้องขอของคุณในไม่ช้า ข้อมูลบัญชีอีเมล์ของคุณจะสูญทั้งหมด ถ้าคุณไม่ทราบหรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนร้องขอ และต้องการที่จะยกเลิกคำขอดังกล่าว โดยคลิกที่ ปุ่มยกเลิกคำร้องขอ

และที่ปุ่ม Cancel Request  ซึ่งเป็นปุ่มที่แจ้งให้ดำเนินการยกเลิกคำขอดังคำกล่าวอ้าง กลับไม่ใช่มาจาก Hotmail โดยตรง แต่เป็นเว็บไซต์หนึ่งที่สังกัดประเทศลิเบีย ย้ำนะครับว่า ลิเบีย แปลกไหมละครับ ไงก็อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ Smartphone และ Tablet เพราะอุปกรณ์ทั้งสอง ไม่สะดวกในการตรวจสอบย้อนทวนได้คล่องตัวนัก แถมท้ายอีกหนึ่งกรณี


 
เจอข้อความแบบนี้ก็ไม่ต้องสนใจนะครับ ละทิ้งหรือบล็อกไปเลย
 

....................................................  ยังไม่จบ ..............................................

 
เพิ่มเติม เมื่อ เมษายน 2559 ก็มีมาอีกราย จะส่งเมล์มาเพื่อให้เราร่วมธุรกรรม ทางธนาคาร ในลักษณะเชื่อมต่อบัญชีระหว่างประเทศ แต่ ให้ทราบว่า นั่นคือแก๊งค์การเงินข้ามชาติ ที่พบเจอนั้นมาจากรัสเซียเลยแหระ
 
 จุดที่พิสูจน์คือโดเมนของอีเมล์ คือ  @yandex.com มีต้นตอที่รัสเซีย อีกจุดนึง  คือ @execs.com ตัวนี้ร้ายสุด  ที่ถูกขึ้นบัญชีดำว่าเป็นพวก Scammer ตัวจริงเลย
 

และนี่ก็เป็นอีกภัยร้ายของคนที่ใช้อีเมล์ซึ่งต้องควรระวัง


Readmore...
Monday, February 8, 2016

ตัดไฟล์เสียงแบบออนไลน์

0 ความคิดเห็น
 
   บางครั้งไฟล์เสียงที่เรามีนั้นก็ยาวเกินกว่า จะเอามาใช้งานต่างๆ ได้ โดยเฉพาะงานนำเสนอ แม้ว่า PowerPoint จะมีเทคนิคการเลือกช่วงเสียงเพลงได้ก็ตาม แต่ก็ไม่สะดวกอีกทั้งยังยุ่งยากและอาจผิดพลาดได้ วันนี้ mediathailand : presentation  จะมาแนะนำวิธีการตัดไฟล์เสียงแบบออนไลน์กัน โดยมีเว็บไซตืผู้ให้บริการนี้ เรามาศึกษาวิธีการกัน

1. ไปที่เว็บไซต์ https://mp3cut.net/th/


2. จะปรากฎหน้าให้ท่านดำเนินการ มี 3 ขั้นตอนคือ Open  Cut  และ Save เริ่มที่ขั้นแรก คลิกที่ปุ่ม Open file  ดังภาพบน



3. เลือกไฟล์เสียงต้นทางที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน เลือกแล้ว คลิก Open




4. ไฟล์เสียงที่ท่านเลือกจะถูก Upload ไปบนระบบ ซึ่งขณะนี้ สถานะโปรแกรมพร้อมที่จะดำเนินการในขั้นตอนที่ สอง คือ Cut






โดยท่านสามารถเลือกช่วงที่ต้องการตัดออกได้ โดยใช้ปุ่ม play/stop รวมถึงสไลด์บาร์สีฟ้าเข้ม ซึ่งจะมีสองด้านทั้งด้านต้นทางและด้านปลายทาง สำหรับกำหนดช่วงให้ท่านดำเนินการตัด


5. เมื่อดำเนินการเลือกช่วงที่ต้องการแล้ว คลิกที่ปุ่ม Cut

ส่วนสีฟ้า คือ ส่วนที่เลือก 
ส่วนสีขาว คือส่วนที่ตัดออก
 ตรงส่วนนี้ ท่านสามารถกำหนดการ Fade in และ Fade out ได้ จากปุ่มสวิทช์ ด้านบน


6. ระบบจะดำเนินการตัดช่วงของไฟล์ที่ท่านกำหนดไว้ หากไฟล์นั้นมีความยาว ก็ อาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน


7. เมื่อเสร็จเรียบร้อย ระบบจะให้ท่านทำการ Download ท่านก็คลิกที่ Download ทำการ save ชื่อ ตามที่ต้องการต่อไป

Readmore...

การแปลงไฟล์วิดีทัศน์จาก YouTube ให้เป็นไฟล์เสียง MP3

0 ความคิดเห็น
 
ในบางสถานการณ์ของคนทำสื่อโดยเฉพาะสื่อนำเสนอ ก็มีความต้องการอยากได้มัลติมีเดียไม่ว่า วิดีทัศน์ หรือ เสียง มาประกอบแหล่งที่สำคัญก็คือใน youtube ซึ่งในเรื่องไฟล์วิดีทัศน์เคยนำเสนอไปแล้วที่ http://mediath3.blogspot.com/2016/02/youtube.html วันนี้จะมานำเสนอ ในอีกเรื่อง นั่นคือการแปลงไฟล์เสียงจาก YouTube ให้เป็นไฟล์ MP3 ซึ่งที่จริงก็ มีหลายเว็บที่ให้บริการ  แต่ส่วนใหญ่ จะจำกัดที่ความยาวของไฟล์เสียงไม่เกิน 20 นาที


แต่ในวันนี้จะนำเสนอเว็บที่ให้บริการแบบไม่จำกัดความยาวของไฟล์ ซึ่งจะสะดวก ในการดำเนินการด้วย มาดูขั้นตอนกัน โดยจะแนะนำให้เรียนรู้กัน 3 เว็บไซต์

เว็บแรก

1. ไปที่ http://www.flv2mp3.com/ จะพบหน้าเว็บที่พร้อมให้ดำเนินการดังภาพด้านล่าง


2. ทำการ copy URL จากYouTube ที่ท่านเลือก มาวางในพื้นที่ สีขาว


3. ซึ่งเมื่อวางเสร็จปุ่ม CONVERT to MP3 จะเปลี่ยนจากสีแดง เป็นสีเขียว ท่านก็คลิกปุ่มได้เลย


4. ระบบจะดำเนินการแปลงไฟล์ ดังภาพ




5. เมื่อระบบดำเนินการเสร็จ จะเกิดแถบสีเขียว แจ้งว่า VIDEO SUCCESSFULLY CONVERTED TO MP3 พร้อมปุ่ม DOWNLOAD สีแดง  ให้ทำการคลิกปุ่ม DOWNLOAD สีแดง


6. จะให้ท่านทำการ Save จะเลือก Save หรือ Save as ก็แล้วแต่ โดยท่านอาจจะตั้งชื่อตามใจท่านได้เลย ก็เป็นอันว่า จบกระบวนการ


แต่ถ้าต้องการทำการดาวน์โหลดเพิ่มก็คลิกที่ปุ่ม DOWNLOAD ANOTHER VIDEO


..........................................................................................................
เว็บที่สอง

 มาดูอีกเว็บไซต์ ซึ่งก็ ง่าย และค่อนข้างรวดเร็วกว่า ชื่อเว็บ TheYouMp3  ไปที่ http://m.theyoump3.com/thai/


ให้ทำการ copy URL ที่ต้องการจาก YouTube ลงในช่อง ดังภาพ หลังจากนั้นคลิกที่ปุ่ม Convert เพื่อทำการแปลงไฟล์ เมื่อดำเนินการเสร็จ ระบบจะแจ้งให้ทราบทันทีดังภาพด้านล่าง


ทำการคลิกที่ปุ่ม Download เพื่อนำลงมา ซึ่งก็ดำเนินการ save เหมือนที่เคยทำ เป็นเสร็จกระบวนการ

 
 
................................................................................
 
 
 
เว็บสุดท้าย
 
ก็เป็นเว็บที่ใช้งานง่ายอีกไซต์นึง  มีวิธีการดังนี้
 
1. ไปที่ http://convert2mp3.net/ จะพบหน้าเว็บที่พร้อมให้ดำเนินการดังภาพด้านล่าง
 

 
 
2. ทำการ copy URL จากYouTube ที่ท่านเลือก มาวางในช่องตามที่ลูกศรชี้

 
 
 
 
3. ซึ่งเมื่อวางเสร็จคลิกที่ปุ่มปุ่ม CONVERT ระบบจะดำเนินการโดยแสดงเป็นแถบ progress bar เพื่อดำเนินการดาวน์โหลด 

 
 
 
 
4. เมื่อระบบทำการดาวน์โหลดเสร็จ ก็จะรายงานผล ให้ท่านคลิกปุ่ม Continue

 



 
5. ระบบจะดำเนินการแปลงไฟล์ ดังภาพ เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็จะแจ้งผลด้วยแถบสีเขียว ให้ทำการคลิกปุ่ม DOWNLOAD สีเขียว ได้เลย
 

 
 
 
6. จะให้ท่านทำการ Save จะเลือก Save หรือ Save as ก็แล้วแต่ โดยท่านอาจจะตั้งชื่อตามใจท่านได้เลย ก็เป็นอันว่า จบกระบวนการ

 
 
 
......................................................................................
Readmore...

แบบสอบถ่มความคิดเห็น


สาระ เนื้อหา เรื่องราว ที่ปรากฎอยู่ในบล็อกแห่งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมผลงาน แนวคิด จากการศึกษาเรียนรู้ และประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงการนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น(ซึ่งจะแจ้ง links ต้นทาง) นำมาเผยแพร่ให้กับท่านที่สนใจ ผ่านช่องทางและเวทีบล็อกแห่งนี้ หากท่านต้องการที่จะแนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำบล็อกความรู้นี้ ติดต่อพูดคุย(ฝากข้อความ) ได้นะครับ
ขอบคุณที่กรุณาเข้าเยี่ยมชม

นายมีเดีย : mediathailand
สุวัฒน์ ธรรมสุนทร (mediath@hotmail.com)
ข้าราชการบำนาญ สำนักงาน กศน.
กระทรวงศึกษาธิการ

ความเห็นจากเพื่อน Facebook